สวัสดีครับทุกท่าน ต่อไปผมจะเริ่มเขียน ซีรี่ย์บทความหนทางสู่การเป็นกราฟฟิก และเว็บดีไซน์เนอร์กัน โดยขอเริ่มตอนแรกด้วยการทำ พอร์ทฟอลิโอ หรือ แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) นั่นเอง (แต่ต้องขอออกตัวก่อน ว่าผมไม่ได้เก่งอะไรทางด้านนี้มากนัก แต่ผมก็อยากแชร์ในสิ่งที่ผมรู้ให้คนอื่นครับ) ว่ากันแล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าเน๊อะ .. !!
ทำไมคุณถึงต้องมี Portfolio ไว้ด้วยล่ะ ?
เพราะ Portfolio เป็นสิ่งที่สำคัญมากน่ะสิ เพราะคุณจะศึกษาต่อ หรือจะสมัครงานที่เกี่ยวกับทางด้านออกแบบ เค้าก็ต้องการเห็นว่า คุณมีความสามารถทางด้านนี้มากแค่ไหน !! โดยดูจากผลงานเก่าๆของคุณนั่นแหละครับ ซึ่งงานพวกนี้ มันบ่งบอกถึงทักษะ, ทัศนคติ, ความคิดสร้างสรรค์ในการออกบบของตัวคุณได้ และบอกได้ว่า คุณเหมาะแก่การเข้าศึกษาต่อ ณ ที่แห่งนั่นได้หรือไม่ หรือเหมาะกับงานนั้นหรือไม่
Portfolio มีกี่แบบ ?
โดยทั่วไปแล้ว เราจะแยก Portfolio ไว้ 3 รูปแบบ นั่นก็คือ
- รูปเล่ม / แฟ้มสะสมงาน
- เว็บไซต์ / สื่อทางอินเตอร์เน็ต
- CD/DVD
ถ้าจะถามผมว่า เราควรทำแบบไหนส่งให้เขาดู ผมแนะนำให้ทำทั้ง 3 อย่างเลยครับ :)
ทำไมน่ะหรอ ? ก็เพราะแต่ละคนที่สัมภาษณ์เรานั้นชอบไม่เหมือนกัน หรือ ลักษณะของงานไม่เหมือนกัน ..
บางคนอาจจะชอบที่จะรู้สึก สัมผัสกับสิ่งที่มันเป็นผลงานจริงที่อยู่ตรงหน้า อย่างเช่น พวกโปสเตอร์ รูปถ่าย แต่ผลงานบางอย่างมันคงจะดูไม่เต็มที่ถ้ามันอยู่บนกระดาษอย่างเช่น การออกแบบเว็บไซต์นั่นเอง ซึ่งผมแนะนำว่า ให้ทำไปทั้งหมดทั้งสามอย่างดีที่สุด บอกเค้าไปเลยว่าอยากได้แบบไหน เราจัดได้หมด เพราะมีครบทุกออปชั่น ฮ่า ๆ ๆ ๆ งั้นเรามาดูแต่ละแบบกัน ..
1. รูปเล่ม หรือ แฟ้มสะสมงาน
รูปแบบนี้มักจะเป็นที่นิยมใช้ ในการยื่นเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย เพราะสะดวกในการที่จะดู + สัมภาษณ์ไปด้วยในเวลาเดียวกัน อะไรบ้างที่คุณควรจะใส่ลงในนั้น ? อ้าว ก็แน่ะล่ะสิ ก็ต้องเป็นผลงานของเรานั่นเอง .. ซึ่งตรงนี้แหละเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เราควรใส่ผลงานโดยเน้นที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณของผลงานนะครับ โดยเลือกผลงานที่เราคิดว่าเจ๋งๆ เท่านั้น ไม่ใช่เอามาหมดทุกอย่าง ฉันทำอะไรมาบ้าง ฉันใส่มาหมด อันนั้นก็ไม่ใช่ ..
แล้วเราควรใช้ Portfolio รูปเล่มแบบไหน ?

ผมแนะนำว่า ควรจะเป็นแฟ้มที่เราสามารถเพิ่ม หรือเอาเอาผลงานออกได้สะดวก และเลือกแฟ้มที่มันดูดีมีราคาซักหน่อย อย่าลืมว่าคุณเป็นนักออกแบบนะ ฉะนั้นทุกอย่างมันก็ต้องดูดี ดูเป็นมืออาชีพสิ ลองคิดดู.. เสียเงินไม่กี่ตังค์ แลกกับการได้รับเลือกเข้าเรียน คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม !! ลองเดินหาตาม B2S ไม่ก็ร้านเครื่องเขียนใหญ่ๆดูนะครับ ส่วนสีของแฟ้ม ผมแนะนำว่าสีดำน่ะแหละ ดีที่สุด เพราะมันเป็นสีพื้นที่ตัดกับทุกสี ทำให้ผลงานของเราโดดเด่นขึ้นมาได้ (จริงๆนะ)
อ้อ อีกอย่างครับ อย่าลืมเลือกแฟ้มที่มันเอาเข้า – เอาออกได้ง่าย .. เพราะอะไร ?
เพราะถ้าคุณต้องเสนอ Portfolio ของคุณในหลายๆที่ ซึ่งบางทีเค้าอาจต้องการดูผลงานที่ลักษณะไม่เหมือนกัน อย่างเช่น คุณนัดสัมภาษณ์งานไว้ 2 ที่ ที่แรกสมัครตำแหน่งเว็บดีไซน์เนอร์ คุณก็ควรใส่ผลงานเน้นหนักผลงานทางด้านเว็บไซต์ให้มาก และมีส่วนของการออกแบบโปสเตอร์ หรืออื่นๆนิดหน่อยก็พอ ให้เค้ารู้ว่าคุณก็มีความสามารถด้านนี้เหมือนกันนะ ส่วนที่สอง คุณสมัครตำแหน่งกราฟฟิกดีไซน์ คุณก็เน้นผลงานด้านออกแบบโปสเตอร์, โลโก้ หรืออื่นๆ ส่วนออกแบบเว็บอาจมีบ้างประปราย ซึ่งทั้งสองที่ ก็ใช้แฟ้มเดียวกันนี่แหละ แต่แค่เปลี่ยนผลงาน หรือเน้นไปผลงานด้านไหนแค่นั้นเอง จะไปซื้อแฟ้มทำไมหลายๆอันล่ะครับ :)
2. เว็บไซต์ หรือ สื่อทางอินเตอร์เน็ต

รูปแบบนี้ผมว่านิยมในการสมัครงาน หรือเสนองานตัวอย่างให้ลูกค้าดู (อย่างเช่น ฟรีแลนซ์) เพราะแค่มีอินเตอร์เน็ต ใครๆก็สามารถเข้ามาชมงานของเราได้ ไม่ว่าเค้าจะอยู่บนดอย บนเขา หรือขั้วโลกใต้ (ถ้ามันมีเน็ตให้ใช้นะ) รูปแบบนี้จึงเป็นที่ยมอย่างมาก เพราะมันสะดวสบาย แค่ปลายนิ้วคลิก..
ซึ่งรูปแบบน๊้ ก็รู้ๆกันอยู่ว่าคงหนีไม่พ้นรูปแบบเว็บไซต์ นั่นเอง ! โดยคุณจะเริ่มโดยสมัคร Hosting ฟรีก่อนก็ได้ (แต่ผมไม่แนะนำ เพราะมันฟรี แล้วเผลอๆ มันอาจจะยึดเว็บเราไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้) หรืออาจลงทุนหน่อย เช่าโฮสเองซะเลย
หรือถ้าคุณทำเว็บไม่เป็น ผมมีตัวเลือกให้ครับ .. ก็ใช้พวกเว็บที่ให้บริการฟรีเกี่ยวกับ Portfolio ซะสิครับ
อย่างเว็บของคนไทยเราก็มี Portfolios.net หรือถ้าคุณอยากจะโกอินเตอร์ เผื่อฝรั่งมาเห็นแล้วถูกใจ ก็อาจจะเป็น Deviantart.com หรือ Multiply.com (เป็นที่นิยมในหมู่ช่างภาพ) ก็ได้ แต่ถ้าเว็ปพวกนี้ยังไม่ถูกใจคุณมากพอ ก็เอา Facebook.com เลยล่ะกัน พอถูไถกันได้ โดยอัพโหลดรูปงานลงในอัลบั้มรูปซะ แค่นั้น ฮ่า ๆ ๆ ๆ
หน้าตาเว็บไซต์
ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญนะ เพราะหน้าตาเว็บ มันเป็นตัวบ่งบอกถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของคุณ เหมือนกันน่ะแหละครับ ดังนั้น คุณควรจะพิถีพิถันในการออกเว็บไซต์ให้มากๆ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้นะ .. ส่วน Navigator หรือเมนูในเว็บของเราก็มีส่วนสำคัญเหมือนกันนะจ๊ะ ควรออกแบบมาให้เข้าใจง่าย ให้ผู้เข้าชมเว็บของเรารู้ว่า เราอยู่ส่วนไหนของเว็บไซต์ จะได้ไม่หลง เพราะถ้าเราออกแบบมาไม่ดี คนเข้าเว็บของเรานั้นจะปิดเว็บของเราทิ้งได้ง่ายๆเลย จะบอกให้
ส่วนการแสดงผลงาน หลักการก็เหมือนแฟ้มแหละครับ แต่ที่อยากแนะนำคือควรมีหน้าเพจที่แสดงตัวอย่างผลงานทั้งหมด หรือแยกตามหมวดหมู่ โดยใช้ Thumbnail ของรูปภาพที่แสดงตัวอย่างของผลงานนั้นๆ เพื่อที่เราสามารถคลิกเข้าไปดูผลงานนั้นเดี่ยวๆได้เฉพาะนั่นเอง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คนเข้าเว็บของเรานั้น ได้เห็นภาพรวมของผลงานทั้งหมด และยังรู้สึกว่า อำนาจอยู่ที่นิ้วฉัน สนใจอันไหนก็เข้าไปดูอันนั้น..
รูปของผลงาน
อันนี้จริงๆไม่ได้จำกัดนะครับ ว่าควรใช้รูปขนาดเท่าไหร่ เพราะมันขึ้นอยู่กับความชอบแต่ละบุคคลมากกว่า แต่แค่อยากแนะนำว่า รูปผลงานของเราในแต่ละรูปนั้น ขนาดของไฟล์ไม่ควรเกิน 150kb นะครับ ซึ่งคุณควรระลึกไว้ในใจเสมอว่า ในโลกนี้ ยังมีบางคนที่ไม่ได้ใช้ Hi-Speed Internet ดังนั้นคุณควรรู้ไว้ว่า ความอดทนของคนเรานั้น มีจำกัด หากผลงานของคุณไม่ขึ้นมาซักที เค้าก็จะปิดเว็บของคุณไปในทันที !
ใช้แฟลชทำดีป่ะ ?
แล้วแต่คุณครับ แต่คุณควรระลึกรู้ไว้ว่า คอมพิวเตอร์บางเครื่องดูแฟลชไม่ได้ (น้อยมากที่ดูไม่ได้) หรือบางคนอาจจะดูเว็บคุณผ่าน iPhone / iPad ก็มีเหมือนกัน แต่ผมว่าอยากทำอะไร ทำไปเถอะครับ ก็มันเว็บของเรานี่หน่า ฮ่า ๆๆ
3. CD / DVD

CD และ DVD คงจะเป็นรูปแบบที่ราคาถูกที่สุด ในบรรดา 3 อัน แล้วเราจะทำยังไงกับมันดี ?
คุณก็อาจจะทำเป็นเว็บแบบ Offline ลงในแผ่น DVD ก็ได้ แต่คุณควรจะระวังไม่ให้คนที่ดูนั้นสับสนว่า ฉันควรจะเริ่มดูไฟล์ไหนดี ? ดังนั้นคุณอาจจะตั้งชื่อให้เค้ารู้ อย่างเช่น index.html หรือ home.html ว่าหน้านี้นะ เป็นหน้าแรกนะเธอ .. หรืออีกวิธี เขียน AutoRun ให้มันเรียกหน้าโฮมเพจขึ้นมาซะ ง่ายดี ฮ่าๆ แล้วถ้าไม่ทำเป็นเว็บล่ะ ก็อาจจะเป็น Flash ก็ได้ โดย Export ไฟล์ให้มันเป็น .EXE ก็ไม่ว่ากัน พวกนี้มันก็แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ของคุณนั่นแหละครับ :-)
Packaging ของ CD/DVD นั้นก็สำคัญนะ ! ออกแบบให้มันดูดีซักหน่อย มันก็เหมือนกับแฟ้มเราหรือหน้าตาเว็บในสองรูปแบบแรกล่ะครับ หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง !!
หมดแล้ว
และนี่คือ รูปแบบโดยทั่วไปทั้งหมด ของ Portfolio หวังว่าเพื่อนๆ คงจะได้ประโยชน์บ้างนะครับ
ส่วนตอนหน้าเราจะมาตอบคำถาม ที่หลายๆคนอาจสงสัยคือ “ถ้าฉันไม่มีผลงานที่จะโชว์เขาล่ะ ทำยังไงดี ?”
แต่ต้องขอแรงใจจากเพื่อนๆ ในการคอมเม้นท์ด้วยนะ หรือจะ Retweet / Share ใน Facebook ก็ได้
ผมจะได้มีกำลังใจอัพบทความดีๆให้เพื่อนได้อ่านกันต่อไปยังไงล่ะครับ !
สำหรับบทความนี้จบแล้วครับ รอเจอกันบทความหน้า เมื่อผมได้รับกำลังใจจากเพื่อนที่อ่านกันอยู่เน๊อะ :-D











นักศึกษาธรรมดาคนหนึ่งที่สนใจทางด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิคและเว็บดีไซน์ ปัจจุบันศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิกและมัลติมีเดีย





