โครงการประกวดสื่อฉลาดใช้ยาปฏิชีวนะ โดยความร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หมดเขต 10 พฤศจิกายน 2553
หลักการและเหตุผล
ปัจจุบัน มีแบคทีเรียหลายชนิดที่ดื้อยาปฏิชีวนะหลายชนิด และในบางกรณีมีแบคทีเรียบางตัวดื้อต่อยาปฏิชีวนะเกือบทุกชนิดพร้อมๆกัน ก่อให้เกิดปัญหาการใช้ยาที่เหมาะสมเพื่อการรักษา การต้องใช้ยาแพงขึ้น การต้องอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลมากขึ้น และขณะที่มีความต้องการยาปฏิชีวนะชนิดใหม่เพื่อต่อสู้กับเชื้อที่ดื้อยาเก่า แนวโน้มการคิดค้นยาใหม่กลับลดลง เพราะประสิทธิภาพของยาในการรักษาโรคติดเชื้อลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเชื้อดื้อ ยาจึงไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
เฉพาะสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวต้องสูญเสียเงินปีละ 4-5 พันล้านดอลลาร์อัน เนื่องจากปัญหาการดื้อยาปฏิชีวินะ ในขณะยุโรปต้องสูญเสียปีละ 9 พันล้านยูโร สำหรับประเทศไทย ในปี 2550 พบว่า ยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อมีมูลค่าการผลิตและนำเข้าสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ คือมีมูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาท (ร้อยละ 20 ของมูลค่ายาทั้งหมด) และสูงเป็นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543
สาเหตุสำคัญของเชื้อดื้อยาเกิดจากการใช้ไม่ถูกต้อง (misuse) หรือใช้เกินจำเป็นซึ่งเกิดขึ้นทั้งในสถานพยาบาล ชุมชน ข้อมูลของประเทศไทยชี้ว่า ประชาชนมีการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคที่ไม่จำเป็น เช่น โรคหวัด ประมาณร้อยละ 40-60 ในภูมิภาค และประมาณร้อยละ 70-80 ในกรุงเทพมหานคร
ด้วยเหตุนี้ในปี 2550 องค์การอนามัยโลก (120th Session of the Executive Board) จึงย้ำความสำคัญของปัญหา และเร่งให้แต่ละประเทศส่งเสริมการใช้ยาอย่างเหมาะสม
การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่อาจจำกัดอยู่เฉพาะในสถานพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ทำงานเกี่ยว กับการรักษาผู้ป่วย ยังจำเป็นต้องส่งสัญญาณเตือนแก่สังคม พร้อมกับให้ประชาชนทั่วไปร่วมกันรณรงค์ใช้ยาอย่างสมเหตุผล
แผนงานสร้างกลไกการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ภายใต้การสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมมือกับคณะนิเทศศาสตร์และคณะศิลปกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกันจัดทำโครงการสื่อสาธารณะเพื่อรณรงค์เรื่องฉลาดใช้ยาปฏิชีวินะ เพื่อให้ประชาชนรับรู้และมีความเข้าใจถึงประเด็นการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุผล โดยเฉพาะกลุ่มยาปฏิชีวนะเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะที่ พร่ำเพรื่ออย่างเป็นรูปธรรม และเป็นที่มาของโครงการจัดประกวดสื่อสาธารณะเพื่อรณรงค์ฉลาดใช้ยาปฏิชีวนะ
โครงการนี้มุ่งเน้นให้นักเรียน นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ได้เข้ามาร่วมแข่งขันสร้างสื่อในหลายรูปแบบ ได้แก่ การออกแบบโปสเตอร์กับแผ่นพับ การสร้างสรรค์ภาพยนตร์สั้น และการกล่าวสุนทรพจน์ ภายใต้กรอบแนวคิดหลัก “อย่าใช้ยาปฏิชีวนะ ถ้าไม่จำเป็น” เพื่อให้นักเรียน นิสิตนักศึกษาเหล่านี้ได้เรียนรู้และเข้าใจการใช้ยาอย่างสมเหตุผล อันจะขยายผลความเข้าใจดังกล่าวสู่ครอบครัวและชุมชน และทำการสร้างสื่อเพื่อการเผยแพร่ต่อสาธารณะเกิดการรณรงค์ทั่วทั้งประเทศ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสนับสนุน ให้นักเรียน นิสิตนักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการ เกิดจินตนาการ และความสร้างสรรค์งานศิลปะผ่านการเรียนรู้ในเรื่องยาปฏิชีวนะและปัญหาเชื้อ ดื้อยาจากการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่เหมาะสม
2. เพื่อเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ข้อมูล เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้อง ในกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา สถาบันการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียนที่มีส่วนร่วมในการประกวด
3. ได้ผลงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับประชาชนในวงกว้างต่อไป
เป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายหลัก นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช.หรือเทียบเท่า
นักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย, ปวส. หรือเทียบเท่า
กลุ่มเป้าหมายรอง ผู้ปกครอง สถาบันการศึกษา สื่อสาธารณะทั้งภาครัฐ, เอกชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น
รายละเอียดดำเนินการ
หัวข้อการประกวด “อย่าใช้ยาปฏิชีวนะ ถ้าไม่จำเป็น”
เนื้อหาการประกวด
• เนื้อหาบังคับ สื่อที่ส่งเข้าประกวดต้องมีเนื้อหาครอบคลุมประเด็นหลัก คือ “ยาปฏิชีวนะเป็นยาอันตราย
อย่าใช้อย่างพร่ำเพรือ อันตรายที่สำคัญมากที่สุด คือ เชื้อดื้อยา”
• เนื้อหาประกอบ สื่อที่ส่งเข้าประกวดจะมีหรือไม่มีเนื้อหาอื่นๆ ประกอบด้วยก็ได้ ตัวอย่างของเนื้อหาประกอบ
เช่น ความหมายของยาปฏิชีวนะ ความแตกต่างของยาปฏิชีวนะกับยาแก้อักเสบ โรคที่หายได้โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ และเนื้อหาอื่นๆ ตามที่ผู้ประกวดเห็นว่าเหมาะสม
• ข้อมูลเบื้องต้น
ประเภทของสื่อการประกวด
1. โปสเตอร์และแผ่นพับรณรงค์ (การส่งประกวดต้องส่งเป็นชุดคู่กันทั้งโปสเตอร์และแผ่นพับ)
2. Clip วีดีโอ
3. การกล่าวสุนทรพจน์
คุณสมบัติ ของผู้เข้าประกวด แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่
ระดับที่ 1. สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ระดับที่ 2. สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย , ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า
ระดับที่ 3. สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาบัณฑิต, ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือ เทียบเท่า
รายละเอียดในการเข้าร่วมโครงการ
1. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดในแต่ละประเภทต้องมีการลงทะเบียนผ่านเวปไซต์ ด้วยข้อมูลของตนเองตามความเป็นจริง
2. สื่อที่ส่งเข้าประกวดนั้นจะต้องมีหัวข้อหรือวัตถุประสงค์ใน การประกวดเพื่อรณรงค์การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผลตามกรอบของเนื้อหาที่กำหนด
3. สื่อที่ส่งเข้าประกวดจะต้องไม่เกิดจากการละเมิด คัดลอก หรือ นำส่วนใดส่วนหนึ่งมาจากผลงานของผู้อื่น หากตรวจพบ
ทางโครงการฯ จะตัดสิทธิผู้เข้าร่วมประกวดในทุกชิ้นงาน โดยจะไม่รับผิดชอบในปัญหาใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากความผิดดังกล่าว
4. สื่อที่ส่งเข้าประกวดทุกชิ้น ทางโครงการฯมีสิทธิ์คัดเลือกไปแสดงที่ต่างๆ และพิมพ์เผยแพร่ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อ สาธารณะได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนแก่เจ้าของผลงาน
5. สื่อเข้าประกวดทุกชิ้น ทางโครงการฯ ขอสงวนสิทธิ์ในสื่อดังกล่าวอย่างถาวร ไม่สามารถนำกลับคัดลอกหรือ เปลี่ยนแปลง ใด ๆ ได้
6. การประกวดทุกประเภทคณะกรรมการตัดสินภาพมีสิทธิ์กำหนดวิธีการตัดสิน ซึ่งมติของคณะกรรมการถือเป็นข้อยุติ
7. ผู้เข้าประกวดจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกวิธีก่อนสร้างสรรค์ผลงาน โดยข้อมูลดังกล่าว
สามารถศึกษาได้ที่เวปไซต์ www.thaidrugwatch.org หรือ สื่ออื่น ๆ
8. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด มีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุด เพียงรางวัลเดียวในแต่ละประเภท
คะแนนการตัดสินผลงาน
1. จากผลการโหวตผ่านเวปไซต์ www.thaidrugwatch.org 5%
2. จากการพิจารณาของคณะกรรมการ 95 %
รางวัล
สำหรับการประกวด 3 ประเภทๆ ละ 3 ระดับ โดยมีมูลค่ารางวัลรวม 333,000 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. รางวัลชนะเลิศ มูลค่า 30,000 บาท (สามหมืนบาทถ้วน) พร้อม โล่เกียรติยศ
2. รางวัลรองชนะเลิศ มูลค่า 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) พร้อม โล่เกียรติยศ
3. รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง มูลค่า 2,000 บาท (สองพันบาทถ้วน) พร้อมโล่เกียรติยศ
โปสเตอร์ และแผ่นพับ
ข้อกำหนดในการสร้างสื่อ
1. โปสเตอร์ ขนาด 29.7 X 42 เซนติเมตร (ขนาด A3 )
2. ไม่จำกัดเทคนิคในการสร้างสรรค์ผลงาน ยกเว้นภาพพิมพ์ ใช้แม่สีได้ไม่เกิน 4 สี
3. ติดผลงานโปสเตอร์ลงบนกระดาษแข็ง ขนาด 36 x 48 cm สีดำ ขาว หรือ เทา เว้นระยะขอบด้านละ 1 นิ้ว
4. แผ่นพับ กระดาษ 21 เซนติเมตร x 29.7 เซนติเมตร(ขนาด A4) พับ 3 ส่วน ต้องสามารถใช้งานได้ทั้งด้านหน้าและหลัง
5. ติดผลงานแผ่นพับทั้ง ด้านหน้า และด้านหลังลงบนลงบนกระดาษแข็งสีดำ ขาว หรือ เทา ขนาด 36 x 48 cm ในด้านด้านเดียวกัน เพื่อแสดงทั้ง 2 หน้า ห้าม งอ พับหรือม้วนผลงานโดยเด็ดขาด
6. ผลงานจะต้องสามารถนำเสนอเนื้อหาได้ครบถ้วนทั้ง 3 ประเด็น ได้แก่
• ความหมายของยาปฏิชีวนะ
• โรคที่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ (เลือกเพียง 1 เรื่องจาก 3 หัวข้อ ต่อไปนี้ หวัดเจ็บคอ ท้องเสีย แผลสะอาด )
• อันตรายจากเชื้อดื้อยา
( การส่งผลงานเข้าประกวด ต้องส่งทั้ง 2 ชิ้นจึงจะถือว่าเป็น 1 ผลงาน หากส่งมาเพียงชิ้นเดียวจะไม่ได้รับการพิจารณา )
ขั้นตอนการนำเสนอผลงาน
- Scan ผลงานทั้ง 2 ชิ้นด้วยขนาด 4961 x 3508 พร้อม ไฟล์ Word 2003 อธิบายแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานไม่เกิน 1 หน้า A4 บันทึกลง แผ่น CD
- ส่ง ผลงานทั้ง 2 ชิ้น ด้วยวิธีไปรษณีย์ แบบพัสดุลงทะเบียนมายัง แผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลขที่ 245 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10330 ภายในวันที่ 1-10 พฤศจิกายน 2553 (อ้างอิงวันที่ประทับตราไปรษณีย์ )
- ย่อภาพผลงานทั้ง 2 ชิ้น ให้เหลือ ความละเอียด 800 x 566
- ลงทะเบียนส่งผลงานที่เวปไซต์ www.thaidrugwatch.org
- อธิบายแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน และ upload ภาพผลงานขนาดย่อความขนาดเป็น 800 x 566 upload ในหน้าลงทะเบียนจัดส่งผลงาน
รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.thaidrugwatch.org
เกณฑ์การตัดสินผลงาน
1. การโหวตผ่านเวปไซต์ 5%
2.การพิจารณาของคณะกรรมการ 95 %
ตามรายละเอียด ดังนี้
1. ผลงานสอดคล้องและสื่อความหมายถึง เนื้อหาที่ระบุไว้
2. ผลงานมีความสวยงามแสดงออกถึงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจินตนาการ
3. ผลงานมีความประณีตและใช้เทคนิค ในการสร้างสรรค์ผลงาน
4. การจัดสมดุลองค์ประกอบ ภาพและ ข้อความ
5. สรุปข้อมูล และเนื้อหาสาระ ได้อย่างครบถ้วนและเหมาะสม
6. ประสิทธิภาพของสื่อผลงานในการสร้างความเข้าใจในสาระสำคัญ ของการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล
ขั้นตอนการดำเนินงาน











นักศึกษาธรรมดาคนหนึ่งที่สนใจทางด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิคและเว็บดีไซน์ ปัจจุบันศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิกและมัลติมีเดีย





