ไม่นานมานี้หลายๆคนคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลง User Interface ของ Facebook มาเป็นแบบใหม่ที่เรียกว่า Timeline ซึ่งทาง Facebook เองได้เพิ่ม Features ใหม่ๆเข้ามาหลายอย่างด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือรูป Cover ด้านบนของ Timeline นั่นเอง
หลังจากที่ทาง Facebook เปลี่ยนมาใช้ระบบ Timeline แล้วนั้น หลายแบรนด์คงต้องให้ความสำคัญสำหรับรูป Cover ซะแล้วล่ะ ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าเราสามารถจัดการ และออกแบบอะไรได้บ้างกับพื้นที่ Cover ตรงนี้ของ Facebook
** รูป Cover ของแบรนด์ต่างๆที่นำมายกตัวอย่าง นำมาใช้เพื่อเป็นกรณีศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาโฆษณา, ส่งเสริม และทำลายชื่อเสียง **
ก่อนอื่นต้องรู้กฎก่อน!
Facebook ได้กำหนดกฎเกณฑ์ไว้สำหรับการทำรูป Cover ด้วย นี่เป็นสิ่งแรกที่เราควรรู้เลยนะ

สรุปคร่าว .. สิ่งที่ไม่ควรมีในรูป Cover Facebook Page
- ราคา หรือ ข้อมูลการซื้อ-ขาย เช่น “ลดราคา 40%” หรือ “ดาวน์โหลดที่นี่ เว็บบลา บลา ..”
- ข้อมูลการติดต่อ เช่น Email, Website หรือข้อมูลอื่นๆที่ควรจะมีมีอยู่แล้วในหน้า About
- อ้างอิงถึงฟีเจอร์ของ Facebook เช่น “Like” หรือ “Share” หรือมีลูกศรในรูป Cover แล้วชี้ไปยังปุ่ม Like
- เรียกร้องให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “ซื้อเลย!” หรือ “บอกต่อให้เพื่อนรู้”
(อ้างอิง: http://on.fb.me/99DepG)
ตัวอย่างที่ไม่ดี (ไม่ควรทำ)
Siam Square

url เว็บไซต์เต็มรูปเลย ..
Bangkok Airways

กราฟฟิกสวย แต่ไม่ดีตรงที่มีการแจ้งราคา
ทำไมเราควรให้ความสำคัญกับรูป Cover
ทำไมน่ะหรอ .. เพราะว่ารูป Cover มีพื้นที่ที่ขนาดใหญ่ที่สุดในเพจ จึงทำให้รูป Cover นั้นเป็นสิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาให้มองจากคนเข้าชม โดยมีคนเค้าทำการศึกษาแล้วเกี่ยวกับการจ้อง – ดู – และกวาดสายตาในหน้าเฟสบุคเพจแล้วพบว่า น้อยคนมากที่จะมองหน้า Wall หรือ โฆษณาด้านข้าง แต่คนส่วนใหญ่กลับมองที่รูป Cover และรูป Profile มากที่สุดครับผม (อ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://on.mash.to/IKgT72)

(รูปจาก Mashable)
รู้แบบนี้แล้ว พื้นที่ตรงรูป Cover จึงมีค่าอย่างยิ่งที่เราควรจะเสียสละเวลาทำออกมาให้ดีที่สุดที่จะทำให้แบรนด์ของเราเข้าถึงเป้าหมายได้มากที่สุดนั่นเอง ยกตัวอย่าง “การบินไทย” ที่ออกแบบโดยการใช้รูป, สโลแกน และโทนสีประจำบริษัท (สีม่วง) มาได้อย่างลงตัว

รู้กฎแล้ว มารู้ขนาดไซส์ Cover และรูป Profile ดีกว่า
ก่อนที่จะทำเราก็ต้องรู้ขนาดไซส์ของ Cover กันก่อน นั่นคือ 851 x 315 px และขนาดของรูป profile คือ 120 x 120 px ที่นี้เราก็สามารถเริ่มทำได้แล้ว (Photoshop คงเป็นโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุด)
เอาล่ะ ชักเริ่มยาว งั้นบทนี้ขอแค่นี้ก่อน อ่านต่อบทที่สองเลยครับ









นักศึกษาธรรมดาคนหนึ่งที่สนใจทางด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิคและเว็บดีไซน์ ปัจจุบันศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิกและมัลติมีเดีย






Pingback: [ตอนที่ 2] เทคนิคการทำรูป Cover Facebook Pages สำหรับแบรนด์มาร์เก็ตติ้ง (พร้อมตัวอย่างเพจในไทย) | KOTZHUL